1. วันลาแบบขั้นบันได (Accrual Leave)

หากเปิดใช้งานการตั้งค่านี้ คุณจะสามารถกำหนดสิทธิ์วันลาสูงสุดได้แตกต่างกันออกไป โดยขึ้นอยู่กับจำนวนปีทำงานของพนักงาน

ตัวอย่าง:

สมมติว่าพนักงานคนนี้ได้รับสิทธิ์ลาพักร้อน 7 วันในปีแรก (หลังปรับเป็นพนักงานประจำ), 14 วันในปีที่ 2 (>24 เดือน), 20 วันในปีที่ 5 (>60 เดือน) ตามลำดับ

การตั้งค่าใน HReasily จะเป็นไปตามนี้:

2. วันลาตามสัดส่วน (Earned Leave)

สำหรับตัวเลือกนี้ การได้รับสิทธิ์วันลาจะถูกคำนวณจากสูตรดังต่อไปนี้:

(จำนวนเดือนที่ทำงาน / 12 เดือน) x สิทธิ์ในการลา

หมายเหตุ: หากพนักงานเข้าทำงานช่วงกลางปี วันลาจะถูกคำนวณจากวันที่เข้าทำงาน หากตั้งค่าช่วงเวลาเริ่มนับวันลาของปีไว้ การลาก็จะถูกคำนวณจากการตั้งค่านี้ในปีถัดไป

ข้อกำหนดเบื้องต้น:

เพื่อเปิดใช้งาน วันลาตามสัดส่วน คุณจำเป็นต้องเปิดใช้งานอันใดอันหนึ่งดังนี้:

  1. วันลาแบบขั้นบันได

  2. ช่วงเวลาเริ่มนับการใช้วันลาของปี

3. อนุญาตให้ยกยอดวันลาไปปีถัดไป

หรือที่เรียกกันว่า ทบวันลา ตามชื่อหัวข้อ การตั้งค่านี้อนุญาตให้ยกยอดวันลาที่ไม่ได้ใช้ในปีนี้ไปปีหน้าได้

ตัวอย่าง:

บริษัท A อนุญาตให้พนักงานทบยอดวันลาพักร้อนสูงสุด 5 วันไปปีถัดไป แต่จำเป็นต้องใช้ก่อนวันสุดท้ายของไตรมาสแรก (31 มีนาคม) การตั้งค่าจะเป็นดังต่อไปนี้:

กำหนดวันหมดอายุวันหยุดที่ทบยอดมา [ไม่จำเป็น]

การตั้งค่านี้อนุญาตให้คุณกำหนดวันที่วันหยุดที่ทบยอดมาหมดอายุ หากไม่ได้กำหนดการตั้งค่านี้ วันหยุดที่ทบยอดมาจะสามารถนำมาใช้ได้ตลอดปี

แนวปฏิบัติที่ดีที่สุด:

  1. อนุญาตให้ทบยอดวันหยุดหากวันลาเป็นแบบลดหลั่นตามสัดส่วน เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าพนักงานมีวันลามากเพียงพอสำหรับเดือนแรกๆ ที่มีเทศกาลสำคัญ เช่น วันตรุษจีน

  2. กำหนดวันหมดอายุของวันหยุดที่ทบมาภายในไตรมาสแรกเพื่อลดความเป็นไปได้ในการที่พนักงานจะใช้วันลาจำนวนมากในการขอลาหยุดยาวที่อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานปกติได้

4. กำหนดวันเริ่มนับการใช้วันลาของปี

หากเปิดการใช้งาน วันลาจะถูกเริ่มนับใหม่ตามวันที่ได้กำหนดไว้ในการตั้งค่านี้

หากไม่ได้เปิดการใช้งาน วันลาจะถูกเริ่มนับใหม่ตามวันที่พนักงานเข้าทำงาน

แนวปฏิบัติที่ดีที่สุด:

ช่วงเวลาเริ่มนับการใช้วันลาของปีไม่จำเป็นต้องตามปีงบประมาณของบริษัท พนักงานจะสามารถวางแผนวันหยุดได้ง่ายกว่าหากเลือกใช้ตามปีปฏิทิน

5. ลาแบบไม่รับค่าจ้าง

หากเปิดใช้งาน วันลาที่พนักงานใช้ไปจะสามารถนำมาแทรกไว้ในบัญชีเงินเดือนได้อย่างง่ายดาย

วันลาแบบไม่รับค่าจ้างจะถูกคำนวณด้วยสูตรใดสูตรหนึ่งตามด้านล่างนี้:

(ฐานเงินเดือน / จำนวนวันทำงานจริงในเดือนนั้น) * จำนวนวันลาแบบไม่รับค่าจ้างที่ใช้ไป

(ฐานเงินเดือน / จำนวนวันในเดือนนั้นตามปฏิทิน) * จำนวนวันลาแบบไม่รับค่าจ้างที่ใช้ไป

6. วันลาขั้นต่ำที่ต้องใช้ (Minimum Leave Taken)

บังคับให้พนักงานใช้วันลาขั้นต่ำ X วัน เมื่อขอวันลาหยุดประเภทนั้นๆ

7. จำนวนวันขั้นต่ำในการแจ้งล่วงหน้า (Minimum Days Notice)

บังคับให้พนักงานขอวันลาหยุด X วันล่วงหน้าก่อนวันลาจริง ไม่เช่นนั้นจะมีการแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาตามด้านล่างนี้:

Did this answer your question?