UPDATE! สำนักงานประกันสังคมปรับอัตราเงินสมทบประกันสังคมใหม่ เริ่ม 1 มกราคม 2569
ปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท (เงินสมทบสูงสุด 875 บาท)
ใช้คำนวณเงินสมทบประกันสังคมเริ่ม 1 มกราคม 2569 อ้างอิงจากราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 เลขที่ 81 ก ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2568
วิธีการตั้งค่าอัตราเงินสมทบประกันสังคม
ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2569 เป็นต้นไปทางผู้ใช้งานสามารถเข้ามาตั้งค่าในระบบ PEAK Payroll เพิ่มเติมได้เพื่อทำการปรับเงินสมทบประกันสังคมให้เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานประกันสังคม
1. ไปที่เมนูตั้งค่าข้อมูลกองทุน
2. การปรับอัตราเงินสมมทบประกันสังคม
กองทุนประกันสังคม เลือก ขึ้นทะเบียน > กรอกข้อมูลเกี่ยวกับประกันสังคม > เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว คลิกปุ่ม “บันทึก”
หมายเหตุ สำหรับอัตราเงินสมทบ ณ ปี 2568 เพดานค่าจ้างอยู่ที่ 15,000 บาท เงินสมทบสูงสุดอยู่ที่ 750 บาทต่อเดือน และจะมีการปรับเป็น เพดานค่าจ้างอยู่ที่ 17,500 บาท เงินสมทบสูงสุดอยู่ที่ 875 บาทต่อเดือน โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่กฎหมายใหม่กำหนด (วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป)
หมายเหตุเพิ่มเติม
ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2569 ผู้ใช้งาน PEAK Payroll ต้องตั้งค่าเงินสมทบประกันสังคมด้วยตนเอง โดยระบบจะไม่มีการปรับข้อมูลให้อัตโนมัติ
สำหรับกิจการที่สร้างขึ้นใหม่ หลังวันที่ 15 มกราคม 2569 หากมีการเปิดใช้งานเงินสมทบประกันสังคมบนระบบ PEAK Payroll ระบบจะ ตั้งค่าเพดานเงินสมทบประกันสังคมสูงสุดเป็น 875 บาทให้อัตโนมัติ
การตั้งค่าเพดานเงินสมทบประกันสังคม 875 บาท ต้องตั้งค่าทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง
คำถามที่พบบ่อย (คลิกปุ่ม ▶ เพื่อดูคำตอบ)
ปรับอัตราเงินสมทบประกันสังคมสูงสุด 875 บาทแล้ว ค่าลดหย่อนของพนักงานที่มีในระบบข้อมูลเงินสมทบจะอัปเดตเป็น 10,500 เลยหรือไม่
ปรับอัตราเงินสมทบประกันสังคมสูงสุด 875 บาทแล้ว ค่าลดหย่อนของพนักงานที่มีในระบบข้อมูลเงินสมทบจะอัปเดตเป็น 10,500 เลยหรือไม่
ระบบจะไม่ได้ปรับยอดเงินสมทบประกันสังคมในเมนู ค่าลดหย่อน ซึ่งเป็นข้อมูลเดิมของพนักงานให้โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้งานต้องเข้าไปแก้ไขข้อมูลด้วยตนเอง ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
เข้าไปที่ เมนูพนักงาน > เลือก พนักงานที่ต้องการ > กดช่อง 'ตัวเลือก' > แก้ไข
ไปที่แถบ 'ขั้นสูง' > ข้อมูลค่าลดหย่อน > ระบุจำนวนเงินสมทบกองทุนประกันสังคมที่ถูกต้อง > กด ยืนยัน เพื่อบันทึกข้อมูล



