ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 39) กำหนดว่า กรณีสถานประกอบการที่เป็นสาขาของผู้ประกอบการจดทะเบียนเป็นสถานที่ที่ได้ขายสินค้าหรือให้บริการที่ได้ออกใบกำกับภาษี ให้ระบุข้อความคำว่า “สาขาที่ ..” "สาขาที่ออกใบกำกับภาษีคือ.." ไว้ในใบกำกับภาษีดังกล่าวเพิ่มเติมด้วย
หากกิจการของคุณมีหลายสาขา และต้องการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรวมในนามสำนักงานใหญ่ คู่มือฉบับนี้จะช่วยแนะนำวิธีตั้งค่าและการออกออกใบกำกับภาษีด้วยการประยุกต์ใช้กลุ่มจัดประเภท ดังนี้
1. ตั้งค่ากลุ่มจัดประเภทของสาขา
1.1. ไปที่เมนูตั้งค่า
โดยเข้าไปที่ เมนูตั้งค่า > ตั้งค่าเอกสาร > กลุ่มจัดประเภท
หรือสามารถดูการสร้างกลุ่มจัดประเภทได้ ที่นี่
1.2. สร้างกลุ่มจัดประเภท
สร้าง กลุ่มจัดประเภท คลิกที่ปุ่ม “+เพิ่มกลุ่มใหม่”
ใส่เลขที่กลุ่ม ชื่อ และคำอธิบาย โดยกลุ่มจัดประเภทนั้น จะสามารถกำหนดได้ว่าจะไปแสดงที่เอกสารฝั่งใดบ้าง
ฝั่งรายรับ ได้แก่ ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน
ฝั่งรายจ่าย ได้แก่ ซื้อสินค้า บันทึกรายจ่าย
หมายเหตุ หากไม่ระบุเลขที่กลุ่ม ระบบจะรันเลขที่กลุ่มให้อัตโนมัติ
จากนั้นคลิกปุ่ม “เพิ่ม”
1.3. สร้างรายการจัดประเภท
เมื่อสร้างกลุ่มจัดประเภทเสร็จแล้ว ให้กดเข้าไปในกลุ่มจัดประเภทนั้น > แล้วคลิกปุ่ม “เพิ่มรายการ” เพื่อสร้าง รายการจัดประเภทของสาขา
ระบุข้อมูลเลขที่รายการ (หากไม่ระบุ ระบบจะรันให้อัตโนมัติ)
ชื่อรายการ
สามารถเลือกรูปไอคอนและสีได้ตามต้องการ
จากนั้นคลิกปุ่ม “เพิ่ม”
หมายเหตุ: ต้องกรอกช่องที่มีเครื่องหมาย (*) ให้ครบจึงจะบันทึกได้
1.4. ทำการเปิดใช้กลุ่มจัดประเภทที่สร้าง
เปิดการใช้งานกลุ่มจัดประเภทที่สร้าง โดยกดปุ่ม “เปิดใช้งาน” ให้เป็นสีฟ้า
หมายเหตุ ระบบจะสามารถเปิดกลุ่มจัดประเภทได้ตามข้อจำกัดของแพ็กเกจ
ข้อจำกัดตามแพ็กเกจ
แพ็กเกจ | จำนวนกลุ่มจัดประเภทที่เปิดใช้งานพร้อมกันได้ (ต่อฝั่งรายรับและรายจ่าย) |
e-Document / Basic | ไม่เกิน 1 กลุ่ม |
Pro | ไม่เกิน 2 กลุ่ม |
Pro Plus / Premium | ไม่เกิน 4 กลุ่ม |
สามารถอ่านรายละเอียดและราคาแพ็กเกจเพิ่มเติม ที่นี่
2. การสร้างเอกสารโดยระบุ ฟังก์ชันกลุ่มจัดประเภท
2.1. ระบุกลุ่มจัดประเภทหน้าสร้างเอกสาร
เมื่อสร้างเอกสารรายรับ (ใบแจ้งหนี้ / ใบเสร็จรับเงิน / ใบกำกับภาษี) เรียบร้อยแล้ว ให้เลือกกลุ่มจัดประเภทตามสาขาที่ออกเอกสารจริงลงบนเอกสารนั้น
ยกตัวอย่าง หน้าสร้างใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี
2.2. ระบุกลุ่มจัดประเภทหน้าพิมพ์เอกสาร
เมื่ออนุมัติเอกสารเรียบร้อยแล้ว ให้คลิก พิมพ์ เพื่อไประบุกลุ่มจัดประเภทที่หน้าตัวอย่างก่อนพิมพ์ เอกสาร
ชื่อกิจการที่แสดงหน้าเอกสาร จะเป็นข้อมูลชื่อกิจการสำนักงานใหญ่ตามการตั้งค่าองค์กร
จากนั้นคลิกปุ่ม "แก้ไข"
คลิกไอคอนดินสอสีฟ้า ✏️ หลังชื่อผู้ขาย
ระบบจะแสดง Pop-up หน้าแก้ไขรูปแบบข้อมูลผู้ออกเอกสาร
จากนั้นเปิดการแสดงผลของกลุ่มจัดประเภท
เลือกกลุ่มที่ต้องการแสดง จากนั้นบันทึก
ทำการบันทึกหลังแก้ไขเอกสาร โดยการเลือกบันทึกเอกสารมีอยู่ 2 รูปแบบ ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ ดังนี้
รูปแบบที่ 1 บันทึกเฉพาะเอกสารนี้ ผลที่เกิดขึ้น ระบบจะมีการเปลี่ยนที่อยู่เฉพาะเอกสารนี้เท่านั้น
รูปแบบที่ 2 บันทึกเป็นแบบมาตรฐาน ผลที่เกิดขึ้น ระบบจะมีการเปลี่ยนที่อยู่สำหรับเอกสารนี้ และเอกสารที่เกิดขึ้นในอนาคต
หมายเหตุ : จะไม่ส่งผลกับเอกสารที่เกิดขึ้นก่อนที่จะบันทึกเป็นแบบมาตรฐานทั้งหมด หากต้องการให้เอกสารเก่าเป็นรูปแบบของมาตรฐาน หรือมีการแก้ไขกลุ่มภายหลัง และต้องการอัปเดตที่หน้าพิมพ์เอกสาร จะต้องกด Re-data เพื่ออัปเดตข้อมูลของเอกสารเท่านั้น
3. วิธีเรียกดูรายงานกลุ่มจัดประเภทตาม ฟังก์ชันกลุ่มจัดประเภท
ฟังก์ชันนี้ช่วยให้ดูรายงานรายได้-ค่าใช้จ่ายแยกรายสาขาผ่าน PEAK Board ได้ แม้ทุกสาขาจะรวมอยู่ในกิจการเดียวกัน เมื่อมีการสร้างเอกสารและใช้งานฟังก์ชันจัดกลุ่มประเภทแล้ว สามารถเรียกดูข้อมูลได้ตามรายงานใน PEAK Board ได้
คำแนะนำ: หากผู้ใช้งานท่านใดต้องการใช้กลุ่มจัดประเภทอื่น ๆ เพิ่มเติม สำหรับเอกสารที่เคยสร้างไปแล้ว สามารถเข้าไปที่เอกสารฉบับนั้น แล้วจัดกลุ่มย้อนหลังได้
โดยกดรูปดินสอสีฟ้าที่อยู่หลังกลุ่มจัดประเภทเพื่อแก้ไข
4. วิธีการสร้างแบบภ.พ. 30
เมื่อทุกสาขาอยู่ในกิจการเดียวกันบน PEAK ยอดขายและภาษีขายจะรวมกันโดยอัตโนมัติ จึงสามารถยื่น ภ.พ.30 รวมได้ในนามสำนักงานใหญ่ตามปกติ
ก่อนยื่นแบบทุกครั้ง ให้ตรวจสอบยอดขายแยกตามใบกำกับภาษีแต่ละสาขา เพื่อกระทบยอดให้ถูกต้อง
– จบขั้นตอนประยุกต์ใช้งาน PEAK สำหรับกิจการที่มีหลายสาขา (แบบยื่นภาษีรวม) –
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อย
กิจการควรยื่นภาษีรวมหรือแยกสาขา ?
กิจการควรยื่นภาษีรวมหรือแยกสาขา ?
แนะนำให้สอบถามกรมสรรพากรพื้นที่ที่กิจการจดทะเบียนอยู่ เพื่อยืนยันแนวทางที่เหมาะสมกับกิจการ
เหมาะกับกิจการที่มีจัดส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax) ไหม
เหมาะกับกิจการที่มีจัดส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax) ไหม
ไม่แนะนำสำหรับกิจการที่มีจัดส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax) เนื่องจากการสร้างเอกสารใบกำกับภาษีที่ส่งไปยังผู้ให้บริการ e-Tax จะดึงข้อมูลจากหน้าข้อมูลกิจการ ตรงที่อยู่ตามทะเบียนเท่านั้น แนะนำเป็นการใช้งาน 1 กิจการต่อ 1 แพ็กเกจโดยตรง
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมงานได้ที่: 1485 กด 1 หรือช่องแช็ตหน้าโปรแกรม PEAK

















