Skip to main content

การบันทึกค่าใช้จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.40) บนระบบ PEAK

คู่มือลงบันทึก ภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.40) บนระบบ PEAK อย่างถูกต้อง

ภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.40) คืออะไร?

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ ภาษีประเภทหนึ่งตามประมวลรัษฎากรที่จัดเก็บจากกิจการบางประเภทเป็นพิเศษ (เช่น การเงิน การธนาคาร การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางการค้าหรือหากำไร) ซึ่งรายได้จากการประกอบกิจการดังกล่าวไม่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

การบันทึกรายการภาษีชนิดนี้ ควรใช้ "เกณฑ์สิทธิ" หรือการรับรู้ค่าใช้จ่ายทันทีในเดือนที่เกิดรายการรายได้นั้นขึ้นจริง แม้ว่าเราจะไปจ่ายเงินจริงให้กรมสรรพากรในเดือนถัดไปก็ตาม

ประโยชน์ของการบันทึกให้ตรงงวด

การบันทึกภาษีค้างจ่ายไว้ ณ วันสิ้นเดือน ช่วยให้ผู้บริหารเห็นกำไรสุทธิที่แท้จริงของเดือนนั้นๆ ได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถวางแผนเงินสดในอนาคตได้อย่างชัดเจน และป้องกันไม่ให้เกิดความสับสนระหว่างค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงกับการจ่ายเงินสดออกไป

ตัวอย่าง สถานการณ์จริง

เพื่อให้เห็นภาพขั้นตอนการทำงานบนระบบ PEAK ให้ลองดูตัวอย่างข้อมูลดังต่อไปนี้

  • ประเภทภาษี: ภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.40) ประจำเดือนสิงหาคม 2026

  • ยอดเงินที่ต้องชำระ: 3,300.00 บาท

  • วันที่ต้องลงบันทึกตั้งหนี้: 31 สิงหาคม 2026 (เพื่อให้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของเดือนสิงหาคม)

  • วันกำหนดชำระเงิน: ภายในวันที่ 15 กันยายน 2026

จากตัวอย่างข้างต้น เมื่อเราทราบรายละเอียดและกำหนดเวลาที่ต้องยื่นชำระเรียบร้อยแล้ว ให้เริ่มดำเนินขั้นตอนการบันทึกรายการในระบบ PEAK ตั้งแต่ข้อที่ 1 ด้านล่างนี้ กันเลย!

1. การบันทึกตั้งหนี้ภาษีธุรกิจเฉพาะ (ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2026)

การตั้งหนี้ในระบบ PEAK คือขั้นตอนสำคัญในการปักหมุดค่าใช้จ่ายให้อยู่ในเดือนที่ถูกต้อง และสร้างรายการหนี้สินรอไว้เพื่อตรวจสอบก่อนจ่ายเงินจริง

1.1 การเตรียมบัญชีและแก้ไขข้อมูลผู้ติดต่อ

เริ่มต้นจาก การทราบปัญหาที่มักพบบ่อย

โดยปกติ ระบบ PEAK จะตั้งค่าเริ่มต้นให้ผู้ติดต่อใหม่ผูกกับบัญชี "เจ้าหนี้การค้า" แต่ว่า กรมสรรพากรไม่ใช่คู่ค้าทั่วไป หากเราใช้บัญชีนี้ รายงานการค้างชำระของคู่ค้าจริง (ผู้ขายสินค้า/บริการ) จะถูกนำไปรวมกับยอดภาษีค้างจ่าย ทำให้แยกแยะข้อมูลและตรวจสอบได้ยาก จึงต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการปรับตั้งค่าด้านล่างนี้

ขั้นตอนการปรับตั้งค่า

เริ่มต้นจากไปที่ เมนู ผู้ติดต่อ > ค้นหา 'กรมสรรพากร (สำนักงานใหญ่)'

1.1 การเตรียมบัญชีและแก้ไขข้อมูลผู้ติดต่อ

คลิกเลือกเข้าไปใน รายละเอียดผู้ติดต่อ "กรมสรรพากร (สำนักงานใหญ่)" > กดปุ่ม 'แก้ไข'

ขั้นตอนการปรับตั้งค่า

ระบบจะแสดงหน้า "แก้ไขผู้ติดต่อ" > ให้เลือกโหมด 'ขั้นสูง'

ระบบจะแสดงหน้า "แก้ไขผู้ติดต่อ" > ให้เลือกโหมด 'ขั้นสูง'

ไปที่หัวข้อ "ตั้งค่าการบันทึกบัญชี" ในช่อง 'ถ้าเป็นเจ้าหนี้ จะบันทึกที่บัญชี' ให้เปลี่ยนจากเดิม เป็น 212305 - ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอื่น (หรือหมวดบัญชีภาษีค้างจ่ายที่สร้างขึ้นใหม่) > แล้วกด บันทึก

ไปที่หัวข้อ "ตั้งค่าการบันทึกบัญชี" ในช่อง 'ถ้าเป็นเจ้าหนี้ จะบันทึกที่บัญชี' ให้เปลี่ยนจากเดิม เป็น 212305 - ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอื่น (หรือหมวดบัญชีภาษีค้างจ่ายที่สร้างขึ้นใหม่) > แล้วกด บันทึก

เมื่อกดบันทึกแล้ว ระบบจะกลับมาที่หน้า รายละเอียดผู้ติดต่อ > ให้ตรวจสอบตรงหัวข้อ "ข้อมูลทางบัญชี" ว่าในหัวข้อย่อย "การบันทึกบัญชี" บรรทัด 'ถ้าเป็นเจ้าหนี้ จะบันทึกที่บัญชี' เปลี่ยนเป็น 212305 - ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอื่น เรียบร้อยแล้ว

เมื่อกดบันทึกแล้ว ระบบจะกลับมาที่หน้า รายละเอียดผู้ติดต่อ > ให้ตรวจสอบตรงหัวข้อ "ข้อมูลทางบัญชี" ว่าในหัวข้อย่อย "การบันทึกบัญชี" บรรทัด 'ถ้าเป็นเจ้าหนี้ จะบันทึกที่บัญชี' เปลี่ยนเป็น 212305 - ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอื่น เรียบร้อยแล้ว

ประโยชน์ของการตั้งค่า: ช่วยให้รายงานงบทดลองแยกส่วนระหว่าง หนี้สินจากการซื้อสินค้า กับ หนี้สินส่วนราชการ ออกจากกันอย่างชัดเจน ทำให้การตรวจสอบและสรุปยอดบัญชีปลายปีทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

1.2 การบันทึกสร้างใบรายการตั้งหนี้ค่าใช้จ่าย

เมื่อปรับตั้งค่าผู้ติดต่อแล้ว ให้เริ่มบันทึกรายการ ณ วันที่ 31/08/2026 ดังนี้

ไปที่เมนู รายจ่าย > บันทึกค่าใช้จ่าย > กดปุ่ม '+ สร้าง'

1.2 การบันทึกสร้างใบรายการตั้งหนี้ค่าใช้จ่าย

การระบุข้อมูลบันทึกค่าใช้จ่าย

  • ชื่อผู้ขาย: เลือก 'กรมสรรพากร' (ระบบจะดึงรหัสบัญชีค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอื่นมาให้อัตโนมัติ)

  • วันที่ออกเอกสาร: 31/08/2026

  • วันที่ครบกำหนด: 15/09/2026

  • รายการบัญชี: เลือก '530505 - ภาษีธุรกิจเฉพาะ'

  • ระบุจำนวนเงิน: 3,300.00 บาท

  • ภาษี: เลือกเป็น ไม่มี (เนื่องจากภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ใช่ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT)

การระบุข้อมูลบันทึกค่าใช้จ่าย

  • สถานะการชำระ: เลือก 'ยังไม่ชำระเงิน (ตั้งหนี้ไว้ก่อน)'

สถานะการชำระ: เลือก 'ยังไม่ชำระเงิน (ตั้งหนี้ไว้ก่อน)'

ตารางแสดงการลงบัญชีคู่

หมวดบัญชี

เลขที่บัญชี

ชื่อบัญชี

ฝั่งเดบิต (บาท)

ฝั่งเครดิต (บาท)

5 - ค่าใช้จ่าย

530505

ภาษีธุรกิจเฉพาะ

3,300.00

-

2 - หนี้สิน

212305

ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอื่น

-

3,300.00

เมื่อเสร็จขั้นตอนนี้ ยอดค่าใช้จ่ายจะถูกนำไปคิดในเดือนสิงหาคมทันที และยอดหนี้จะถูกค้างไว้ในรายงานงบแสดงฐานะการเงิน เพื่อรอการชำระ (มีสถานะ รอจ่ายชำระ)

เมื่อเสร็จขั้นตอนนี้ ยอดค่าใช้จ่ายจะถูกนำไปคิดในเดือนสิงหาคมทันที และยอดหนี้จะถูกค้างไว้ในรายงานงบแสดงฐานะการเงิน เพื่อรอการชำระ (มีสถานะ รอจ่ายชำระ)

2. การบันทึกยื่นแบบ ภ.ธ.40 และชำระเงิน (ภายในวันที่ 15 กันยายน 2026)

เมื่อถึงกำหนดจ่ายเงินจริงในเดือนกันยายน เป้าหมาย คือ การบันทึกตัดยอดหนี้ที่ตั้งไว้ และตัดยอดเงินออกจากบัญชีธนาคารให้ตรงกับรายการเคลื่อนไหวทางบัญชี

ขั้นตอนการบันทึกชำระเงิน

ไปที่เมนู รายจ่าย > บันทึกค่าใช้จ่าย > เลือกแถบ 'รอชำระเงิน' เพื่อค้นหาใบรายการที่ตั้งหนี้ไว้เมื่อสิ้นเดือนสิงหาคม

2. การบันทึกยื่นแบบ ภ.ธ.40 และชำระเงิน (ภายในวันที่ 15 กันยายน 2026)

คลิกเลือก เลขที่เอกสาร รายการที่ตั้งหนี้ไว้ > จากนั้นคลิกปุ่มสีฟ้า "ชำระเงิน" ที่แถบด้านล่าง หรือคลิกแถบ "ข้อมูลการชำระ" ด้านบนก็ได้ เพื่อเข้าสู่หน้า ข้อมูลการชำระบันทึกค่าใช้จ่าย

ขั้นตอนการบันทึกชำระเงิน

ขั้นตอนสุดท้ายในขั้นตอนนี้! เมื่อเข้ามาที่หน้า ข้อมูลการชำระบันทึกค่าใช้จ่ายเลขที่... แล้ว > กดปุ่ม 'บันทึกจ่ายชำระเงิน' ในเอกสารฉบับนั้น

ขั้นตอนสุดท้ายในขั้นตอนนี้! เมื่อเข้ามาที่หน้า ข้อมูลการชำระบันทึกค่าใช้จ่ายเลขที่... แล้ว > กดปุ่ม 'บันทึกจ่ายชำระเงิน' ในเอกสารฉบับนั้น

กรอกรายละเอียดการชำระเงิน ใน Pop-up

  • รูปแบบ: เลือก "พื้นฐาน"

  • วันที่ชำระเงิน: เลือกวันที่ทำรายการจ่ายเงินจริง (เช่น "05/09/2026")

  • ชำระโดย: เลือกช่องทางการเงิน/บัญชีธนาคารที่ใช้โอนจ่ายจริง (เช่น ธ.กสิกรไทย ออมทรัพย์ - 8888888888 ตัวอย่าง)

  • ยอดเงินชำระ: ตรวจสอบมูลค่าเงินให้ตรงจำนวน "3,300.00" บาท

โดยเมื่อกรอกข้อมูลและตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อย > กดปุ่ม "ชำระเงิน"

กรอกรายละเอียดการชำระเงิน ใน Pop-up

ตารางแสดงการลงบัญชีเพื่อตัดยอดหนี้

หมวดบัญชี

เลขที่บัญชี

ชื่อบัญชี

ฝั่งเดบิต (บาท)

ฝั่งเครดิต (บาท)

2 - หนี้สิน

212305

ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอื่น

3,300.00

1 - สินทรัพย์

111301

ธนาคาร - บัญชีออมทรัพย์

3,300.00

ข้อควรระวัง: ในการชำระเงิน ให้เลือกตัดยอดจากบัญชี 'ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอื่น' ตามที่เราได้ตั้งไว้ในขั้นตอนแรก เพื่อให้ระบบล้างยอดหนี้ถูกต้องตรงกัน

ผลกระทบหากข้ามขั้นตอน: หากข้ามการตั้งหนี้ในเดือนสิงหาคม แล้วไปบันทึกจ่ายเงินในเดือนกันยายนทีเดียว จะทำให้งบการเงินเดือนสิงหาคมแสดงกำไรสูงเกินจริง และงบเดือนกันยายนมีค่าใช้จ่ายสูงผิดปกติ การทำตามขั้นตอนจะช่วยให้รายงานทางการเงินถูกต้องตามงวดเวลา และยอดเงินในระบบตรงกับธนาคารเสมอ

3. ผลลัพธ์การบันทึกบัญชีอัตโนมัติ

เมื่อบันทึกจ่ายชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ระบบ PEAK จะดำเนินการสร้างใบสำคัญจ่ายในสมุดรายวันจ่ายให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งที่ปรึกษาควรตรวจสอบความถูกต้องขั้นสุดท้ายตามตารางด้านล่างนี้

ขั้นตอนการเข้าดูข้อมูลการบันทึกบัญชี (จากหน้าข้อมูลการชำระ)

  • ในหน้า ข้อมูลการชำระบันทึกค่าใช้จ่าย ให้สังเกตที่กล่อง "ชำระเงินครั้งที่ 1" ทางด้านขวา

  • คลิกที่ลิงก์เลขที่ใบสำคัญจ่ายตรงหัวข้อ บันทึกบัญชี : (เช่น PV-2026090004)

ขั้นตอนการเข้าดูข้อมูลการบันทึกบัญชี (จากหน้าข้อมูลการชำระ)

  • ระบบจะพากระโดดไปยังหน้าเอกสาร ใบสำคัญจ่าย ในสมุดรายวันจ่ายทันที ให้เลื่อนลงมาด้านล่างที่หัวข้อ "รายการบันทึกบัญชี" เพื่อตรวจสอบคู่บัญชี เดบิต/เครดิต

ระบบจะพากระโดดไปยังหน้าเอกสาร ใบสำคัญจ่าย ในสมุดรายวันจ่ายทันที ให้เลื่อนลงมาด้านล่างที่หัวข้อ "รายการบันทึกบัญชี" เพื่อตรวจสอบคู่บัญชี เดบิต/เครดิต

ตารางสรุปคู่บัญชีจากการจ่ายชำระเงิน

รายการบัญชี

เดบิต (บาท)

เครดิต (บาท)

เหตุผลการบันทึก

212305 - ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอื่น

3,300.00

-

เพื่อลดยอดหนี้สินที่เคยตั้งไว้เมื่อสิ้นเดือนก่อน

111301 - ธนาคารกสิกรไทย ออมทรัพย์

-

3,300.00

เพื่อตัดยอดเงินออกจากบัญชีเงินฝากธนาคาร

จุดตรวจสอบความถูกต้อง:

  • ยอดรวมของรายการทางด้านซ้าย และรายการทางด้านขวา ต้องสมดุลกันที่จำนวน 3,300.00 บาท

  • ยืนยันว่าไม่มีผังบัญชี 212101 (เจ้าหนี้การค้า) ปรากฏในรายการนี้ เพื่อความเป็นระเบียบในการแยกประเภทหนี้สิน

  • วันที่จ่ายชำระต้องไม่เกินวันที่ 15 ของเดือนถัดไปตามที่กฎหมายกำหนด

- จบขั้นตอน การบันทึกค่าใช้จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.40) บนระบบ PEAK -

Did this answer your question?