วิธีการ สร้างแบบ ภ.พ.30 ยื่นเพิ่มเติม เกินกำหนดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการจัดการภาษีมูลค่าเพิ่มได้อย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงจากการยื่นล่าช้าเมื่อมีข้อมูลภาษีขาย และภาษีซื้อที่ทำการสร้างและดึงข้อมูลมาเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนการสร้างแบบมีดังนี้
ดูตัวอย่างการเข้า PEAK Tax กด คลิกที่นี่
ดูตัวอย่างการดึงข้อมูลแบบ ภ.พ.30 กด คลิกที่นี่
1. ขั้นตอน สร้างแบบ ภ.พ.30 ยื่นเพิ่มเติม เกินกำหนดเวลา คลิกไปที่เมนูภาษีมูลค่าเพิ่ม
ไปที่เมนูภาษีมูลค่าเพิ่ม > แบบ ภ.พ.30 > ดูภาพรวม
เลือกงวดภาษี > คลิกปุ่ม “ยื่นเพิ่มเติม”
ระบบจะทำการตรวจสอบรายการภาษีที่ยังไม่ถูกดึงมาจาก PEAK > จากนั้นคลิกปุ่ม “ปิด”
2. เลือกภาษีขายที่ต้องการยื่นเพิ่มเติม เพื่อสร้างแบบ ภ.พ.30 ยื่นเพิ่มเติม เกินกำหนดเวลา
ระบบจะดึงข้อมูลใบกำกับภาษีขายที่ข้อมูลรายการภาษีขายที่ยังไม่ได้ถูกยื่นแบบมาให้อัตโนมัติ
เมื่อตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว > คลิกปุ่ม “ต่อไป”
หมายเหตุ ระบบจะแสดงเลขแบบภ.พ.30 ใหม่ต่อท้ายด้วย “-1” เพื่อแยกจากแบบเดิม
ระบบจะทำการตรวจสอบรายการ หากไม่พบรายการผิดปกติ ระบบจะพาไปที่หน้าเลือกภาษีซื้อ
หากพบรายการผิดปกติ จะแสดงแสดงธงแดง/เหลือง ให้ทำการตรวจสอบซ้ำ เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว > ให้พิมพ์ “ยืนยัน” > คลิกปุ่ม “ถัดไป”
3. การเลือกภาษีซื้อ
ระบบจะทำการดึงข้อมูลใบกำกับภาษีซื้อที่ข้อมูลรายการภาษีซื้อที่ยังไม่ได้ถูกยื่นแบบมาให้อัตโนมัติ
เมื่อตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว คลิกปุ่ม “ต่อไป” หรือหากไม่มีการยื่นภาษีซื้อเพิ่มเติม สามารถคลิกปุ่ม “ต่อไป” ได้
ระบบจะทำการตรวจสอบรายการ หากไม่พบรายการผิดปกติ ระบบจะพาไปที่หน้าแบบภาษี
หากพบรายการผิดปกติ จะแสดงแสดงธงแดง/เหลือง ให้ทำการตรวจสอบซ้ำ เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว > ให้พิมพ์ “ยืนยัน” > คลิกปุ่ม “ถัดไป”
4. ตรวจสอบข้อมูลในหน้าสรุปแบบ ภ.พ.30
กรณีมีเงินเพิ่ม และเบี้ยปรับ ให้ทำการคำนวณตัวเลขค่าปรับ และคลิกที่ช่องเงินเพิ่ม และเบี้ยปรับ ระบุจำนวนเงินที่คำนวณ
เมื่อระบุข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง และคลิกปุ่ม “อนุมัติ”
ระบบจะตรวจสอบรายการอีกครั้ง หากไม่มีรายการที่ตกหล่น ระบบจะแสดงข้อความรายการอัปเดตแล้ว คลิกปุ่ม “ปิด” ได้เลย
เมื่อกดอนุมัติเรียบร้อยแล้ว จะแสดงข้อมูลรายการที่ยื่นแบบให้อีกครั้ง ซึ่งจะแสดงยอดที่เราต้องชำระเงินให้กรมสรรพากร
5. บันทึกปิดบัญชี
คลิกปุ่ม “บันทึกปิดบัญชี”
เลือกวันที่ที่ต้องการบันทึกปิดบัญชี ภ.พ.30 > คลิกปุ่ม “ยืนยัน”
หมายเหตุ ระบบจะดึงวันที่ปิดบัญชีเป็นวันที่ของงวดภาษีนั้น
6. ยื่นแบบฟอร์มและชำระเงิน
หากทำการยื่นแบบฟอร์ม และกดปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว สามารถบันทึกข้อมูลได้โดยคลิกปุ่ม “ยื่นแบบฟอร์มแล้ว”
เลือกวิธีการยื่นแบบฟอร์ม
ยื่นแบบกระดาษ ใช้กรณีต้องการพิมพ์แบบยื่นภาษีเป็นแบบกระดาษ เพื่อนำไปยื่นกรมสรรพากรตามพื้นที่หรือเก็บเข้าแฟ้ม
ยื่นแบบแล้ว ใช้กรณีงวดภาษีได้มีการยื่นแบบภาษีแล้วเรียบร้อย เพียงสร้างแบบยื่นภาษีย้อนหลังใน PEAK Tax เท่านั้น
จากนั้นคลิกปุ่ม “ยืนยัน”
คลิกปุ่ม “ชำระเงินแล้ว”
ระบบจะแสดง Pop-up เพื่อให้ระบุข้อมูล ดังนี้
ระบุวันที่บันทึก วันที่ที่มีการจ่ายชำระเงินค่าภาษี
ช่องทางชำระ ช่องทางการเงินที่ได้มีการจ่ายชำระ
กรณีค่าภาษีมีการปรับเศษทศนิยม ระบุจำนวนเงินที่ต้องการปรับปรุง
กรณีจ่ายชำระค่าภาษีและได้รับใบเสร็จรับเงินการกรมสรรพากร คลิกปุ่ม “รับใบเสร็จแล้ว”
ระบบจะให้เลือกการอัปโหลดใบเสร็จ
อัปโหลดใบเสร็จ สามารถสแกน ถ่ายรูปหรือแนบไฟล์ใบเสร็จเพื่อเก็บเอกสารได้ทันที
ไม่อัปโหลดใบเสร็จ กรณีแบบยื่นภาษีที่สร้างเป็นการสร้างแบบย้อนหลัง ไม่ต้องการอัปโหลดใบเสร็จ สามารถเลือกสถานะไม่อัปโหลดได้
จากนั้นคลิกปุ่ม “ยืนยัน”
7. ดูการบันทึกบัญชี
เมื่อได้ทำตามขั้นตอนที่ 4 ยื่นแบบฟอร์มและชำระเงิน หากต้องการดูจากบันทึกบัญชีที่ระบบบันทึกให้อัตโนมัติ สามารถกดที่เลขที่สมุดรายวัน JVTX หรือเลขที่เอกสาร EXP ได้ ระบบจะแสดงข้อมูลให้ทันที
ตัวอย่างการบันทึกปิดบัญชีภาษีซื้อและภาษีขาย
ตัวอย่างการบันทึกค่าใช้จ่าย การชำระเงิน สามารถกดดูการบันทึกบัญชีได้
ตัวอย่างการลงบันทึกบัญชี
– จบขั้นตอนการสร้างแบบ ภ.พ.30 ยื่นเพิ่มเติม เกินกำหนดเวลา –
บทความที่เกี่ยวข้อง
























