Skip to main content

การออกเอกสารรายรับ กรณีมีอัตราภาษีหลากหลาย (7%, 0%, ยกเว้นภาษี) ใน 1 กิจการ

แนะนำวิธีตั้งค่าระบบและวิธี การออกเอกสารรายรับ กรณีมีอัตราภาษีหลากหลาย (7%, 0%, ยกเว้นภาษี) ใน 1 กิจการ

ในทางปฏิบัติ กิจการหนึ่งมักมีสินค้าหรือบริการที่มีอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต่างกันอยู่ในใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีใบเดียวกัน เช่น สินค้าที่เสียภาษีในอัตรา 7% สินค้าส่งออกที่เสียภาษีในอัตรา 0% และสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย (เช่น ผลผลิตทางการเกษตร หรือหนังสือ) คู่มือฉบับนี้อธิบายวิธีตั้งค่าระบบ PEAK ให้รองรับกรณีดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการออกเอกสารผิดประเภทและความคลาดเคลื่อนของรายงานภาษีขาย

หลักการสำคัญทางภาษี

ใบเสร็จรับเงินประเภท "ไม่มีภาษี " และ "มีภาษี " ในระบบ PEAK ไม่สามารถแก้ไขได้หลังจากอนุมัติเอกสารแล้ว หากต้องแก้ไข จะต้องยกเลิกเอกสารเดิมและออกเอกสารใหม่แทน การตั้งค่าที่ถูกต้องตั้งแต่แรกจึงมีความสำคัญต่อการออกเอกสารบนระบบโดยสามารถตั้งค่าได้ ดังนี้

1. ตรวจสอบสถานะการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของกิจการ

ก่อนตั้งค่าให้ตรวจสอบก่อนว่าระบบระบุสถานะกิจการถูกต้องแล้วหรือไม่ โดยตรวจสอบข้อมูลของกิจการ ดังนี้

• ไปที่เมนู ตั้งค่า > ตั้งค่าองค์กร > ข้อมูลกิจการ

• ตรวจสอบว่าสถานะกิจการถูกตั้งค่าเป็น "จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม" เรียบร้อยแล้ว

1. การตั้งค่าใบกำกับภาษีของกิจการ กรณีมีประเภทภาษีหลากหลาย

2. ตั้งค่าการออกใบกำกับภาษีให้รองรับหลายอัตราภาษี

• คลิกเมนู "ตั้งค่าเอกสาร" แล้วเลือกหัวข้อ "การออกใบกำกับภาษี"

• กดปุ่ม "แก้ไข" เพื่อเข้าไปตั้งค่ารายละเอียดการออกใบกำกับภาษี

2. การตั้งค่าเกี่ยวกับใบกำกับภาษี (เพื่อให้รองรับประเภทภาษีหลากหลาย)

  • ในหน้าจอแก้ไขให้ตรวจสอบและตั้งค่า ดังนี้

    • สร้างใบกำกับภาษีโดยที่ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม : เลือกตัวเลือก "สร้างได้" เพื่อให้ระบบสร้างสินค้ายกเว้นภาษีในใบกำกับภาษีเดียวกันได้

    • ยื่นยอดขายที่ได้รับยกเว้นภาษีตามแบบ ภ.พ.30 : เลือก "ยื่นทุกรายการ" และติ๊กเลือกประเภทเอกสารฝั่งรายรับที่ต้องการให้ระบบดึงไปคำนวณฐานภาษี เช่น ใบรับเงินมัดจำ ใบแจ้งหนี้ และใบเสร็จรับเงิน

ในหน้าจอแก้ไข ให้ตรวจสอบและตั้งค่าในส่วนสำคัญ ดังนี้

  • เมื่อตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกปุ่ม "บันทึก" ที่มุมขวาบน

เมื่อตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกปุ่ม "บันทึก" ที่มุมขวาบน เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลงข้อมูล

3. กำหนดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของข้อมูลสินค้า

เพื่อป้องกันความผิดพลาดของพนักงานตอนสร้างเอกสาร ควรกำหนดอัตราภาษีมาตรฐานไว้ที่ฐานข้อมูลสินค้าโดยตรง

  • ไปที่เมนู สินค้า > กด "เพิ่มสินค้า/บริการ" (หรือแก้ไขสินค้าเดิม)

3. การตั้งค่าอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มรายสินค้า

  • ในหน้าตั้งค่า เพิ่มสินค้าใหม่ > เลือก "ขั้นสูง" > ระบุข้อมูลสินค้าที่ต้องการ

ในหน้าตั้งค่า เพิ่มสินค้าใหม่ > เลือก "ขั้นสูง" > กรอกข้อมูลสินค้าที่ต้องการ

  • หัวข้อ ข้อมูลราคามาตรฐาน ระบบจะมีช่องให้ระบุ "อัตราภาษี" ระบุให้ตรงกับประเภทของสินค้า เช่น

    • สินค้า A (สินค้าIT/สินค้าทั่วไป): เลือกอัตราภาษี 7%

    • สินค้า B (ส่งออก/บริการที่ใช้ในต่างประเทศ): เลือกอัตราภาษี 0%

    • สินค้า C (หนังสือ/ปุ๋ย/สินค้าเกษตร): เลือกอัตราภาษี ไม่มี VAT

(ตัวอย่าง การเลือกอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)

(ตัวอย่าง การเลือกอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)

  • กด บันทึก ข้อมูลสินค้า

กด บันทึก ข้อมูลสินค้า

ข้อควรระวัง : หากไม่ได้กำหนด "อัตราภาษี" ของข้อมูลสินค้า ที่หน้าสร้างเอกสารระบบจะดึงอัตราภาษีของกิจการ (โดยทั่วไปคือ 7%) มาใช้โดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจทำให้สินค้าที่ควรได้รับยกเว้นภาษีถูกคิด VAT ผิดพลาด

4. ตัวอย่างการออกเอกสารเมื่อมีสินค้าหลายอัตราภาษีในใบเดียวกัน

  • ไปที่เมนู รายรับ > ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี > สร้าง

4. ตัวอย่างการออกเอกสาร หากใน 1 รายการมีการขายเอกสารหลากหลาย

  • ในหัวข้อ ข้อมูลราคาและภาษี

    • ประเภทราคา : เลือก "แยกภาษี" หรือ "รวมภาษี"

    • การออกใบกำกับภาษี (สำคัญมาก): ให้ติ๊กเลือก "ออกใบกำกับภาษี"

ในหัวข้อ ข้อมูลราคาและภาษี

  • ในส่วนของ รายการสินค้า เมื่อพิมพ์เลือกสินค้า ระบบจะดึงอัตราภาษีตามที่ตั้งค่าไว้ใน ข้อ3 มาให้อัตโนมัติในแถวนั้น ๆ เช่น

    • บรรทัดที่ 1: สินค้า A จำนวน 1 ชิ้น ราคา 10,000 บาท | ภาษี 7%

    • บรรทัดที่ 2: สินค้า B จำนวน 1 ชิ้น ราคา 5,000 บาท | ภาษี 0%

    • บรรทัดที่ 3: สินค้า C จำนวน 1 ชิ้น ราคา 2,000 บาท | ภาษี ไม่มี VAT

  • ระบบจะแยกคำนวณสรุปยอดท้ายเอกสารโดยอัตโนมัติ ดังนี้

    • มูลค่าที่คิด VAT 7%: 10,000 บาท → ภาษี 700 บาท

    • มูลค่าที่คิด VAT 0%: 5,000 บาท → ภาษี 0 บาท

    • มูลค่าที่ได้รับยกเว้นภาษี: 2,000 บาท → ไม่มีภาษี

    • รวมยอดสุทธิ: 17,700 บาท

ในส่วนของ รายการสินค้า เมื่อพิมพ์เลือกสินค้า ระบบจะดึงอัตราภาษีตามที่ตั้งค่าไว้ใน ข้อ3 มาให้อัตโนมัติในแถวนั้น ๆ เช่น

  • เลือก ช่องทางการรับชำระเงิน ที่ต้องการ > ตรวจสอบความถูกต้อง และกด "อนุมัติใบเสร็จรับเงิน"

เลือก ช่องทางการรับชำระเงิน ที่ต้องการ > ตรวจสอบความถูกต้อง และกด "อนุมัติใบเสร็จรับเงิน"

5. ตรวจสอบรายงานภาษีขาย ที่แยกแต่ละประเภทภาษี ใน PEAK

  • ไปที่เมนู รายรับ > ใบกำกับภาษีขาย > คลิกเลือก "ออกแล้ว" หรือ "ดูทั้งหมด"

5. รายงานภาษีขาย ที่แยกแต่ละประเภทภาษี ใน PEAK

  • เลือก ช่วงเดือน ที่ต้องการ > จากนั้นเลือก "พิมพ์รายงาน" เพื่อดาวน์โหลดรายงาน

เลือก ช่วงเดือน ที่ต้องการ > จากนั้นเลือก "พิมพ์รายงาน" เพื่อดาวน์โหลดรายงาน (Excel)

  • ระบบจะแสดงป๊อปอัป "พิมพ์รายงานใบกำกับภาษีขาย" ขึ้นมา ให้ทำการเลือกตั้งค่าตามทีละขั้นตอน ดังนี้

    • วันที่ออก: ตรวจสอบช่วงวันที่ให้ครอบคลุมเดือนภาษีที่ต้องการยื่น

    • ประเภทรายงาน: เลือก "รูปแบบตามกรมสรรพากร" เพื่อให้คอลัมน์จัดเรียงตรงตาม. มาตรฐานที่กรมสรรพากรกำหนด

    • ตำแหน่งหัวรายงาน: เลือกได้ตามความต้องการ

    • แสดงข้อมูลเพิ่มเติม: แนะนำให้ติ๊กเลือก "เอกสารที่ถูกยกเลิก" ร่วมด้วย

    • ช่องทางรับรายงาน: เลือก "ดาวน์โหลด" หรือ "ส่งรายงานไปยังอีเมล"

ระบบจะแสดงป๊อปอัป "พิมพ์รายงานใบกำกับภาษีขาย" ขึ้นมา ให้ทำการเลือกตั้งค่าตามทีละขั้นตอน ดังนี้

  • เมื่อคลิกปุ่ม "พิมพ์รายงาน" ระบบจะแจ้งเตือน (ไอคอนกระดิ่ง) รายงานใบกำกับภาษีขาย ที่พร้อมดาวน์โหลดแล้วขึ้นมา > คลิก "ดาวน์โหลด"

เมื่อคลิกปุ่ม "พิมพ์รายงาน" ระบบจะแจ้งเตือน (ไอคอนกระดิ่ง) รายงานใบกำกับภาษีขาย ที่พร้อมดาวน์โหลดแล้วขึ้นมา > คลิก "ดาวน์โหลด"

  • ตัวอย่าง รายงานใบกำกับภาษีขาย ระบบจะแสดงรายงานภาษีขายตามรูปแบบมาตรฐานของกรมสรรพากร โดยจะนำเอกสารทุกฉบับมาเรียงลำดับตามวันที่ ซึ่งกรณีที่มีประเภทภาษีหลากหลายในเอกสารใบเดียวกัน ระบบจะสรุปยอดแสดงผลในแถวของเอกสารนั้น ๆ ดังนี้

    • คอลัมน์ H (มูลค่าสินค้าหรือบริการ): แสดงผลรวมมูลค่าก่อนภาษีของทุกรายการรวมกัน (จากตัวอย่างข้างต้น = 17,000 บาท)

    • คอลัมน์ I (จำนวนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม): แสดงเฉพาะยอดภาษีที่เกิดจากสินค้ากลุ่ม 7% เท่านั้น (จากตัวอย่างข้างต้น = 700 บาท) ส่วนสินค้ากลุ่ม 0% และกลุ่มยกเว้นภาษีจะไม่ถูกนำมาคำนวณในคอลัมน์นี้

    • คอลัมน์ J (จำนวนเงินรวม): แสดงยอดรวมทั้งสิ้นของเอกสาร คือมูลค่าสินค้าทุกประเภทรวมกับ VAT 7% (จากตัวอย่างข้างต้น = 17,700 บาท)

เมื่อเปิดไฟล์ Excel ระบบจะแสดงรายงานภาษีขายตามรูปแบบมาตรฐานของกรมสรรพากร โดยจะนำเอกสารทุกฉบับมาเรียงลำดับตามวันที่ ซึ่งกรณีที่มีประเภทภาษีหลากหลายในเอกสารใบเดียวกัน ระบบจะสรุปยอดแสดงผลในแถวของเอกสารนั้น ๆ ดังนี้

ข้อแนะนำเพิ่มเติม: รายงานรูปแบบสรรพากรของ PEAK จะสรุปยอดรวมมูลค่าและภาษีขายไว้ที่บรรทัดล่างสุดให้อัตโนมัติ เพื่อให้กิจการสามารถนำตัวเลข ผลรวมมูลค่าสินค้าหรือบริการ และ ผลรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ไปกรอกแบบนำส่งภาษี ภ.พ.30 โดยไม่ต้องมานั่งแยกไฟล์คำนวณด้วยตนเอง

- จบขั้นตอน การออกเอกสารรายรับ กรณีมีอัตราภาษีหลากหลาย (7%, 0%, ยกเว้นภาษี) ใน 1 กิจการ -

Did this answer your question?