Skip to main content

การ เชื่อมต่อ PEAK x Lazada

PS002

Lazada แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ยอดนิยม มีเครื่องมือครบวงจรให้คุณบริหารจัดการร้านค้าได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย หรือระบบการจัดส่งสินค้าที่สะดวก ปลอดภัย และไร้ความยุ่งยาก ดังนั้นการ เชื่อมต่อ PEAK x Lazada หรือการเชื่อมต่อโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK เข้ากับ Lazada จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แนะนำสัมมนา หากคุณอยากตรวจสอบบัญชี การเงิน และภาษีของร้านค้าออนไลน์ของคุณเอง ตรวจสอบยอดขาย กระทบยอดกระเป๋าเงินตรง และไม่กังวลเรื่องภาษีย้อนหลัง ไม่ว่าคุณจะขายของออนไลน์ผ่าน Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop อยู่ แต่พอถึงเวลาต้องจัดการบัญชี ภาษี แล้วไปไม่ถูก แนะนำหลักสูตร e-Commerce อบรม 2 วันเต็ม! โดยสามารถ ลงทะเบียนรุ่นถัดไปคลิก

วิธีการเชื่อมต่อ PEAK x Lazada มีขั้นตอนดังนี้

1. ขั้นตอน เชื่อมต่อ PEAK x Lazada โดยไปที่เมนูตั้งค่า

ไปที่เมนูตั้งค่า > ตั้งค่าเชื่อมต่อระบบภายนอก > เชื่อมต่อแอปพลิเคชันภายนอก

เชื่อมต่อ PEAK x Lazada เชื่อมต่อแอปพลิเคชันภายนอก

เลือกระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ Lazada

เชื่อมต่อ PEAK x Lazada เลือกระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ Lazada

2. เชื่อมต่อ PEAK

คลิกปุ่ม “เชื่อมต่อ” เพื่อเชื่อมต่อ PEAK กับ Lazada

เชื่อมต่อ PEAK x Lazada คลิกปุ่ม "เชื่อมต่อ" เพื่อเชื่อมต่อ PEAK กับ Lazada

ระบบจะขึ้นหน้าต่าง pop-up ให้รับทราบข้อควรรู้ก่อนการเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบภายนอก > ติ๊กถูกเพื่อรับทราบ > คลิกปุ่ม “ยืนยัน”

เชื่อมต่อ PEAK x Lazada ระบบจะขึ้นหน้าต่าง pop-up ให้รับทราบข้อควรรู้ก่อนการเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบภายนอก

3. ระบบจะพาไปที่หน้าเว็บของ Lazada เพื่อ Login เข้าสู่ระบบ

เมื่อกดเชื่อมต่อ ระบบจะพาไปที่หน้าเว็บของ Lazada เพื่อ Login เข้าสู่ระบบ > จากนั้นคลิก Submit

เชื่อมต่อ PEAK x Lazada ระบบจะพาไปที่หน้าเว็บของ Lazada เพื่อ Login เข้าสู่ระบบ

4. ระบบจะโหลดกลับมาที่หน้าโปรแกรม PEAK เพื่อ เชื่อมต่อ PEAK x Lazada

เมื่อระบบโหลดกลับมาที่หน้าโปรแกรม PEAK จะมี Pop-Up แสดงคำแนะนำการเชื่อมต่อ PEAK x Lazada สามารถคลิกอ่านคำแนะนำ หรือคลิกข้ามไปยังหน้าตั้งค่าได้

เชื่อมต่อ PEAK x Lazadaระบบจะโหลดกลับมาที่หน้าโปรแกรม PEAK

4.1. คำแนะนำการ เชื่อมต่อ PEAK x Lazada

4.1.1. สร้างใบเสร็จรับเงินจากคำสั่งซื้อของ Lazada ที่อยู่ในสถานะ “พร้อมจัดส่ง”

  • เมื่อคำสั่งซื้ออยู่ในสถานะ “พร้อมจัดส่ง” ระบบจะสร้างใบเสร็จรับเงินให้อัตโนมัติ โดยใช้ข้อมูลผู้ติดต่อตามการตั้งค่า ยกเว้นกรณีที่ผู้ซื้อขอใบกำกับภาษีกับร้านค้า ระบบจะนำชื่อและที่อยู่ของผู้ขอใบกำกับภาษีมาใช้ในการสร้างเอกสารแทนผู้ติดต่อที่กำหนดไว้

4.1.2. ตัดสต็อกสินค้าอัตโนมัติเพียงตั้งค่ารหัสสินค้าในระบบ PEAK และ Lazada ให้ตรงกัน

  • ใส่ “Seller SKU” ใน Lazada ให้ตรงกับ “เลขที่สินค้า” หรือ “เลข Lazada SKU” (ตามการตั้งค่า) ของสินค้าในระบบ PEAK หากเลขไม่ตรงกันระบบจะบันทึกรายได้ตามคำสั่งซื้อของ Lazada ให้โดยไม่มีการตัดสต็อก

4.1.3. บันทึกค่าขนส่งและส่วนลดที่ร้านค้าออกให้

  • สามารถเลือกให้ค่าขนส่งที่ลูกค้าเป็นคนจ่ายส่งมาบันทึกเป็นรายได้ของร้านค้า และ ส่วนลดที่ร้านค้าให้กับลูกค้า (ไม่รวมส่วนลดของแพลตฟอร์ม เช่น คูปองส่วนลดของ Lazada, Lazada coin) ระบบ PEAK จะบันทึกรายการนั้นๆ ให้ตามรหัสบัญชีที่ร้านค้าเลือกไว้ตามการตั้งค่า

4.1.4. สร้างใบลดหนี้ให้อัตโนมัติกรณีที่ไม่มีการคืนสินค้า

  • กรณี PEAK สร้างใบเสร็จรับเงินจากคำสั่งซื้อไปแล้ว ต่อมาคำสั่งซื้อนั้นๆ ถูกยกเลิกและสถานะ “เสร็จสิ้น” แล้ว ระบบจะสร้างใบลดหนี้อ้างอิงกับใบเสร็จรับเงินนั้นๆให้อัตโนมัติ

4.1.5. บันทึกรับชำระเงินด้วยช่องทาง e-Wallet

  • PEAK จะสร้างใบเสร็จรับเงิน โดยบันทึกข้อมูลการรับชำระผ่านช่องทางการเงินประเภท “e-Wallet” ที่เป็น Lazada หากยังไม่มีสามารถเพิ่มได้โดยไปที่เมนูการเงิน> เพิ่มช่องทางการเงิน > เลือก
    “e-Wallet” > รูปแบบผู้ให้บริการ “e-Commerce” > เลือกผู้ให้บริการ “Lazada”

5. เข้าสู่หน้า ตั้งค่าการเชื่อมต่อ

เมื่อผ่านขั้นตอนการล็อกอินและคำแนะนำเบื้องต้นแล้ว ให้คลิกเพื่อเข้าสู่หน้าตั้งค่าการเชื่อมต่อ ซึ่งการตั้งค่าการเชื่อมต่อ Lazada ฉบับอัปเดตจะประกอบด้วยการตั้งค่าหลัก 7 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1: สถานะของคำสั่งซื้อใน Lazada ที่นำมาสร้างเอกสาร

ทำการเลือกตัวเลือกสถานะของคำสั่งซื้อที่ต้องการให้นำมาสร้างเอกสารใน PEAK เช่น

  • ตั้งแต่สถานะ "จัดส่ง"

  • ตั้งแต่สถานะ"กำลังจัดส่ง"

  • เฉพาะสถานะ "สำเร็จ"

ส่วนที่ 2: ตั้งค่าการรวมคำสั่งซื้อ และ เอกสารใบกำกับภาษี

PEAK มีฟังก์ชันช่วยลดจำนวนเอกสาร โดยการ ยุบรวมคำสั่งซื้อของร้านค้า Lazada ที่เกิดขึ้นในวันเดียวกัน ให้เหลือเพียง 1 เอกสารต่อวัน

เงื่อนไข: จะเปิดใช้งานได้เฉพาะเมื่อเลือกสถานะในส่วนที่ 1 เป็น “เฉพาะสถานะสำเร็จ” เท่านั้น โดยมีตัวเลือก ดังนี้

  • แยกเอกสารตามคำสั่งซื้อ: ระบบจะสร้างเอกสารรายออเดอร์ตามปกติ (1 คำสั่งซื้อต่อ 1 เอกสาร) เหมาะสำหรับร้านค้าที่ต้องการดูรายละเอียดเชิงลึกแยกรายคำสั่งซื้อ

  • รวมคำสั่งซื้อในวันเดียวกัน: ระบบจะประมวลผลทุกวันเวลา 06:00 น. นำคำสั่งซื้อสถานะ “สำเร็จ” ของเมื่อวานมาสร้างเป็นเอกสารฉบับเดียว โดยยุบรวมสินค้าที่มีรหัส SKU และราคาเท่ากันเข้าด้วยกัน

ตัวเลือกเพิ่มเติม (กรณีรวมคำสั่งซื้อ)

กิจการสามารถเลือก "แยกคำสั่งซื้อที่ขอใบกำกับภาษี" ได้ หากลูกค้ากดขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ระบบจะดึงออเดอร์นั้นแยกออกมาสร้างเป็นเอกสารเดี่ยวให้ทันที ส่วนออเดอร์ปกติอื่น ๆ จะถูกรวมเป็นใบเดียว

ส่วนที่ 3: ตั้งค่าเลขที่เอกสาร (กำหนดเลขที่ของเอกสารที่สร้าง)

สามารถเลือกว่าต้องการให้ PEAK รันเลขที่เอกสารตามที่ตั้งค่าในโปรแกรมไว้ หรือจะให้รันเลขที่เอกสารตามเลขที่คำสั่งซื้อของ Lazada

ส่วนที่ 4: ตั้งค่าผู้ติดต่อ

เลือกผู้ติดต่อที่ต้องการให้บันทึกในเอกสาร ระบบจะสร้างเอกสารด้วยชื่อผู้ติดต่อที่ตั้งค่าไว้ทั้งหมด เช่น ลูกค้าออนไลน์, ลูกค้า Lazada

ส่วนที่ 5: ตั้งค่าสินค้า

  • การเชื่อมต่อสินค้ากับ PEAK: เลือกได้ว่าต้องการ เชื่อมต่อ (ให้ระบบมีการตัดสต็อกและคิดต้นทุนขายใน PEAK) หรือ ไม่ต้องการเชื่อมต่อ (รับรู้เพียงรายได้ แต่ไม่ตัดสต็อกและต้นทุน)

  • ไม่ต้องการเชื่อมต่อสินค้ากับ PEAK: บันทึกเฉพาะรายได้ ไม่ใช้ระบบสต๊อก/สินค้าใน PEAK

  • เลขรหัสที่ใช้เชื่อมต่อ: เลือกเลขที่ที่ต้องการใช้เชื่อมต่อ เช่น เลขที่สินค้าในโปรแกรม หรือ เลข Lazada SKU

ส่วนที่ 6: การบันทึกส่วนลดจากร้านค้า และ รายได้ค่าขนส่ง

เป็นการตั้งค่าผังบัญชีและรูปแบบการลงบันทึกเมื่อมีส่วนลดเกิดขึ้นจากหน้าร้านค้า Lazada โดยระบบจะแบ่งวิธีการบันทึกออกเป็น 2 กรณี ตามรูปแบบการสั่งซื้อที่ผู้ใช้งานเลือกไว้ในส่วนที่ 2 ดังนี้

6.1. การบันทึกส่วนลด

กรณีเลือก "แยกเอกสารตามคำสั่งซื้อ" (ส่วนที่ 2): เลือกได้ 2 รูปแบบ คือ

  • บันทึกรวมส่วนลดทั้งหมด (แยกยอดส่วนลดออกมาอีก 1 บรรทัด เข้าผังบัญชีส่วนลดจ่าย)

  • บันทึกส่วนลด/หน่วยแยกรายสินค้า (เฉลี่ยส่วนลดไปหักออกจากมูลค่าสินค้าแต่ละรายการโดยตรง)

กรณีเลือก "รวมคำสั่งซื้อในวันเดียวกัน" (ส่วนที่ 2): ระบบจะบังคับให้เลือก "บันทึกรวมส่วนลดทั้งหมด" โดยยอดส่วนลดของวันนั้นจะถูกรวมเป็นก้อนเดียวเข้าผังบัญชีส่วนลดจ่ายทันที

ส่วนที่ 7: ช่องทางการเงิน

ตั้งค่าช่องทางการรับชำระเงิน โดยเลือกระบุเป็นช่องทางการเงินรูปแบบ e-Wallet สำหรับ Lazada

เมื่อตั้งค่าทั้ง 7 ส่วนเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกปุ่ม “บันทึก”

หมายเหตุ: หากผู้ใช้งานตั้งค่าไม่ครบทุกส่วนและออกจากหน้าไป ระบบจะถือว่าการเชื่อมต่อยังไม่สำเร็จ

6. ระบบจะแจ้งเตือนว่ามีการเชื่อมต่อสำเร็จ

ระบบจะแจ้งเตือนว่ามีการเชื่อมต่อสำเร็จและมีการแสดงรายละเอียดในการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็นวันที่ที่มีการเชื่อมต่อ ชื่อกิจการ ชื่อผู้ที่ทำการเชื่อมต่อ

ระบบจะแจ้งเตือนว่ามีการเชื่อมต่อสำเร็จ

กรณีต้องการแก้ไข การเชื่อมต่อ PEAK x Lazada สามารถตั้งค่าโดยคลิกจุด 3 จุด > ตั้งค่า

ระบบจะแสดงรายละเอียดที่มีการตั้งค่าตอนต้น หากต้องการแก้ไขสามารถแก้ไขการตั้งค่าตามต้องการได้เลย จากนั้นคลิก บันทึก

ระบบจะแสดงรายละเอียดที่มีการตั้งค่าตอนต้น หากต้องการแก้ไขสามารถแก้ไขการตั้งค่าตามต้องการ

หมายเหตุ: ในการเชื่อมต่อร้านค้า Lazada สามารถเชื่อมต่อ 1 ร้านค้าต่อ 1 กิจการเท่านั้น

เงื่อนไขที่ต้องรู้และสังเกตเพิ่มเติม

เนื่องจาก Lazada มีการปรับนโยบายใหม่ ให้การเชื่อมต่อ API กับโปรแกรมภายนอกทุกโปรแกรม(รวมถึง PEAK) มีอายุการเชื่อมต่อ 180 วัน ดังนั้นเมื่อครบอายุแล้วจะต้องเชื่อมต่อใหม่

โดยผู้ใช้งานจะต้องเข้ามาเชื่อมต่อใหม่ทุก 180 วันด้วยตนเอง หากตรวจสอบว่ามีออเดอร์ที่ไม่วิ่งเข้าในช่วงที่ขาดการเชื่อมต่อ ให้ใช้วิธีการนำเข้าไฟล์ LAZADA เพื่อสร้างออเดอร์ที่ขาดไป วิธีการนำเข้าไฟล์ LAZADA

เงื่อนไขที่ต้องรู้และสังเกตเพิ่มเติม

- จบขั้นตอนการเชื่อมต่อ PEAK x Lazada -

บทความที่เกี่ยวข้อง

Did this answer your question?