กราฟ ภาพรวมรายรับและรายจ่าย บนหน้าหลัก หรือหน้า Dashboard ของ PEAK เป็นส่วนที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นภาพรวมของรายได้ และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละเดือน หลายท่านอาจพบว่าเมื่อดึงรายงานยอดขายจากหน้าเอกสาร แล้วยอดรวมไม่ตรงกับที่แสดงบนกราฟ
สาเหตุหลักเป็นเพราะ กราฟบนหน้า Dashboard ไม่ได้ดึงยอดรวมมาจากหน้าเอกสารโดยตรง แต่จะดึงยอดมาจาก "บัญชีแยกประเภท" ในผังบัญชีหมวดรายได้และค่าใช้จ่าย ซึ่งจะแสดงเฉพาะมูลค่าก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT) เท่านั้น
เพื่อให้เข้าใจที่มาของข้อมูลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น คู่มือนี้จะแบ่งการอธิบายออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนของ "รายรับ" และ "รายจ่าย" พร้อมวิธีตรวจสอบและตัวอย่างการบวกตัวเลขที่ตรงกัน ดังต่อไปนี้
1. ที่มาของข้อมูล "รายรับ" บนกราฟ ภาพรวมรายรับและรายจ่าย ในหน้าหลัก
ยอดรายรับ (เส้นกราฟ/แท่งกราฟสีฟ้า) ระบบจะดึงข้อมูลมาจากผังบัญชีแยกประเภท หมวดที่ 4 (รายได้)
1.1. วิธีตรวจสอบ ที่มาของยอดรายรับ
เพื่อพิสูจน์ว่ารายได้ในเดือนนั้น ๆ มาจากการขายสินค้าหรือบริการใดบ้าง คุณสามารถตรวจสอบได้ ตามขั้นตอนดังนี้
ไปที่แถบเมนูด้านซ้าย เลือก เมนูบัญชี > งบทดลอง (หรือเข้าผ่าน งบกำไรขาดทุน ก็ได้เช่นกัน)
ด้านบนของหน้างบทดลอง ในช่อง แสดงข้อมูล ให้คลิกเลือกตัวเลือก "ยอดสรุปเคลื่อนไหวรายเดือน"
ถัดจากนั้นให้ เลือกช่วงเวลา (เช่น 01/03/2026 - 31/03/2026) ให้ตรงกับเดือนที่คุณต้องการตรวจสอบบนหน้า Dashboard
เลื่อนลงมาที่ข้อมูล หมวดรายได้ (รหัสบัญชีที่ขึ้นต้นด้วย 4XXXX)
กดที่สัญลักษณ์เครื่องหมายบวก (+) ด้านหน้ารหัสบัญชีรายได้ เพื่อกางดูรายละเอียด ระบบจะแสดงยอดย่อยว่ารายได้ส่วนนี้มาจากสินค้าหรือบริการตัวใดบ้าง
1.2. ตัวอย่างการตรวจสอบ และบวกยอดรายรับให้ตรงกับกราฟ
ยอดบนกราฟหน้าหลัก (Dashboard): แสดงยอดรายได้รวมเดือนมีนาคม = 15,920,614.31 บาท
เมื่อตรวจสอบในหน้างบทดลอง หมวดรายได้ (รหัส 4XXXX) ตามภาพประกอบ จะพบยอดสุทธิของแต่ละรหัสบัญชีหลักดังนี้:
รหัสบัญชี 410101 (รายได้จากการขายสินค้า) = 21,976.00 บาท
รหัสบัญชี 410201 (รายได้จากการให้บริการ) = 2,145,340.49 บาท (มาจากยอด 17,976.00 + ยอดบริการย่อย Concert 2,127,364.49 บาท)
รหัสบัญชี 410202 (Professional services fee) = 1,000.00 บาท
รหัสบัญชี 420101 (กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์) = 2,901.08 บาท
รหัสบัญชี 420108 (รายได้อื่น) = 13,708,100.01 บาท (มาจากยอดสินค้าตัวอย่างย่อยด้านล่าง)
วิธีคำนวณเพื่อพิสูจน์ยอด: ให้นำยอดสุทธิของแต่ละผังบัญชีหลักในงบทดลองมารวมกัน
21,976.00 + 2,145,340.49 + 1,000.00 + 2,901.08 + 13,708,100.01 = 15,920,614.31 บาท
สรุป: จะเห็นได้ว่า ยอดรวมของผังบัญชีหมวดรายได้หลักทั้งหมดในงบทดลอง เมื่อนำมาบวกกันแล้วจะได้ยอดตรงกับตัวเลข 15,920,614.31 บาท ที่แสดงบนกราฟในหน้า Dashboard พอดี
2. ที่มาของข้อมูล "รายจ่าย" บนกราฟ ภาพรวมรายรับและรายจ่าย ในหน้าหลัก
ยอดรายจ่าย (เส้นกราฟ/แท่งกราฟสีม่วง) ระบบจะดึงข้อมูลมาจากผังบัญชีแยกประเภท หมวดที่ 5 (ค่าใช้จ่าย)
2.1. วิธีตรวจสอบ ที่มาของยอดรายจ่าย
ไปที่แถบเมนูด้านซ้าย เลือก เมนูบัญชี > งบทดลอง
เลือกช่วงเวลา ให้ตรงกับเดือนที่ต้องการตรวจสอบบนหน้า Dashboard
เลื่อนลงมาที่ข้อมูล หมวดต้นทุนขายสินค้า (รหัสบัญชีที่ขึ้นต้นด้วย 5XXXX)
กดสัญลักษณ์เครื่องหมายบวก (+) ด้านหน้าเพื่อดูรายละเอียด ว่ากิจการมีค่าใช้จ่ายมาจากต้นทุนขาย, ค่าใช้จ่ายในการบริหาร หรือค่าใช้จ่ายพนักงาน เป็นจำนวนเงินเท่าใด
2.2. ตัวอย่างการตรวจสอบ และบวกยอดรายจ่ายให้ตรงกับกราฟ
ยอดบนกราฟหน้าหลัก (Dashboard): เมื่อนำเมาส์ชี้ที่แท่งกราฟรายจ่ายเดือน มีนาคม 2026 ระบบจะแสดงกล่องป๊อปอัปยอดค่าใช้จ่ายรวม = 2,452,992.49 บาท
เมื่อตรวจสอบในหน้างบทดลอง หมวดค่าใช้จ่าย (รหัส 5XXXX): หากผู้ใช้งานกดปุ่ม "แสดงบัญชีย่อย" ระบบจะกางยอดเดบิตเคลื่อนไหวสุทธิ (และรายการเครดิตที่อยู่ในวงเล็บเพื่อนำมาหักลบ) ของแต่ละรหัสบัญชีออกมาให้เห็น ดังตัวอย่างในภาพประกอบ:
รหัสบัญชี 510101 (ต้นทุนผลิตสินค้า) = 16,300.00 บาท
รหัสบัญชี 510102 (ค่าเสื่อมราคา - เครื่องจักร) = 848,045.18 บาท
รหัสบัญชี 510103 (ต้นทุนขายสินค้า) = 24,150.00 บาท (มาจากยอดสินค้าตัวอย่าง + คุกกี้ + แก้วไวน์ และหักลบเก้าอี้นวดใหญ่ในวงเล็บ 100 บาท)
รหัสบัญชี 510104 (ต้นทุนการให้บริการ) = 882,540.00 บาท (มาจากยอดต้นทุนหลักรวมกับไส้ในย่อย Concert 356,000 บาท)
รหัสบัญชี 510107 (ค่าขนส่งสินค้า) = (3,000.00) บาท (ยอดในวงเล็บฝั่งเครดิต นำไปหักออกจากค่าใช้จ่าย)
รหัสบัญชี 510109 (ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการซื้อสินค้า) = 64,631.46 บาท
รหัสบัญชี 510110 (ค่าเสื่อมสะสมอุปกรณ์ให้เช่า) = 17,754.65 บาท
รหัสบัญชี 510111 (ซื้อสินค้า) = 11,600.00 บาท
รหัสบัญชี 520101 (ค่านายหน้า ส่วนแบ่งการขาย) = 6,000.00 บาท
(และรวมกับรหัสบัญชีหมวดค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้านล่างถัดจากภาพที่เหลืออีกเป็นเงิน 564,971.20 บาท)
วิธีคำนวณเพื่อพิสูจน์ยอด: เมื่อนำยอดผังบัญชีหมวดค่าใช้จ่ายทั้งหมดในงบทดลองของเดือนมีนาคมมาคำนวณบวกลบกัน
(16,300.00 + 848,045.18 + 24,150.00 + 882,540.00 - 3,000.00 + 64,631.46 + 17,754.65 + 11,600.00 + 6,000.00) + 564,971.20 = 2,452,992.49 บาท
สรุป: ยอดรวมสุทธิของผังบัญชีหมวดค่าใช้จ่ายทั้งหมดในงบทดลอง เมื่อผ่านการบวกลบรายการค้างจ่ายและรายการปรับปรุงสุทธิในเดือนนั้นแล้ว ยอดคำนวณรวมจะออกมาตรงกับตัวเลข 2,452,992.49 บาท บนกราฟรายจ่ายในหน้า Dashboard หลักโดยตรง
ข้อควรระวังและสาเหตุ ที่ยอดบนกราฟอาจไม่ตรงกับรายงานหน้าเอกสาร
หากทำการ Export รายงานจากหน้าเอกสาร (เช่น รายงานใบเสร็จรับเงิน หรือ ใบแจ้งหนี้) แล้วพบว่ายอดรวมไม่เท่ากับกราฟหน้าหลัก มักเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก ดังนี้:
ยอดบนกราฟไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): กราฟบนหน้าหลักจะแสดงผลจาก "บัญชีแยกประเภท" ซึ่งเป็นการบันทึกเฉพาะมูลค่าก่อนภาษีของสินค้าและบริการจริง ๆ เท่านั้น (ไม่รวม VAT) แต่เวลาที่คุณดึงรายงานฝั่งขายหรือฝั่งซื้อจากหน้าเอกสาร ระบบมักจะแสดงตัวเลข "ยอดสุทธิ" ซึ่งอาจรวม VAT 7% เข้าไปด้วย จึงทำให้ยอดไม่เท่ากัน
เอกสารยังไม่ได้รับการอนุมัติ: หากคุณมีการสร้างเอกสารรายได้หรือรายจ่ายไว้ แต่เอกสารนั้นยังอยู่ในสถานะ "ร่าง" หรือ "รออนุมัติ" ระบบจะยังไม่บันทึกข้อมูลทางบัญชีเข้าผังบัญชีแยกประเภท ส่งผลให้ยอดจากเอกสารเหล่านั้นยังไม่ถูกนำไปคำนวณรวมบนกราฟหน้าหลัก (ต้องทำการอนุมัติเอกสารให้เรียบร้อยก่อน)
ข้อแนะนำเพิ่มเติม: หากมีการทำเอกสารใหม่ หรือเพิ่งกดอนุมัติเอกสาร แนะนำให้กดปุ่ม Re-Data (รูปลูกศรหมุน) ที่มุมซ้ายบนของหน้าจอ เพื่อให้ระบบอัปเดตดึงข้อมูลล่าสุดมาแสดงผลบนกราฟ
- จบขั้นตอนรายละเอียด ภาพรวมรายรับและรายจ่าย ในหน้าหลักของ PEAK -











