Skip to main content

รายละเอียด ภาพรวมรายรับและรายจ่าย ในหน้าหลักของ PEAK (NH001)

วิธีตรวจสอบ ภาพรวมรายรับและรายจ่าย บนหน้าหลัก PEAK ให้ยอดตรงกัน

กราฟ ภาพรวมรายรับและรายจ่าย บนหน้าหลัก หรือหน้า Dashboard ของ PEAK เป็นส่วนที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นภาพรวมของรายได้ และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละเดือน หลายท่านอาจพบว่าเมื่อดึงรายงานยอดขายจากหน้าเอกสาร แล้วยอดรวมไม่ตรงกับที่แสดงบนกราฟ

สาเหตุหลักเป็นเพราะ กราฟบนหน้า Dashboard ไม่ได้ดึงยอดรวมมาจากหน้าเอกสารโดยตรง แต่จะดึงยอดมาจาก "บัญชีแยกประเภท" ในผังบัญชีหมวดรายได้และค่าใช้จ่าย ซึ่งจะแสดงเฉพาะมูลค่าก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT) เท่านั้น

เพื่อให้เข้าใจที่มาของข้อมูลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น คู่มือนี้จะแบ่งการอธิบายออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนของ "รายรับ" และ "รายจ่าย" พร้อมวิธีตรวจสอบและตัวอย่างการบวกตัวเลขที่ตรงกัน ดังต่อไปนี้

1. ที่มาของข้อมูล "รายรับ" บนกราฟ ภาพรวมรายรับและรายจ่าย ในหน้าหลัก

ยอดรายรับ (เส้นกราฟ/แท่งกราฟสีฟ้า) ระบบจะดึงข้อมูลมาจากผังบัญชีแยกประเภท หมวดที่ 4 (รายได้)

1.1. วิธีตรวจสอบ ที่มาของยอดรายรับ

เพื่อพิสูจน์ว่ารายได้ในเดือนนั้น ๆ มาจากการขายสินค้าหรือบริการใดบ้าง คุณสามารถตรวจสอบได้ ตามขั้นตอนดังนี้

ไปที่แถบเมนูด้านซ้าย เลือก เมนูบัญชี > งบทดลอง (หรือเข้าผ่าน งบกำไรขาดทุน ก็ได้เช่นกัน)

1.ที่มาของข้อมูล "รายรับ" บนกราฟ ภาพรวมรายรับและรายจ่าย ในหน้าหลัก

ด้านบนของหน้างบทดลอง ในช่อง แสดงข้อมูล ให้คลิกเลือกตัวเลือก "ยอดสรุปเคลื่อนไหวรายเดือน"

ถัดจากนั้นให้ เลือกช่วงเวลา (เช่น 01/03/2026 - 31/03/2026) ให้ตรงกับเดือนที่คุณต้องการตรวจสอบบนหน้า Dashboard

ด้านบนของหน้างบทดลอง ให้ เลือกช่วงเวลา (เช่น 01/03/2026 - 31/03/2026) ให้ตรงกับเดือนที่คุณต้องการตรวจสอบบนหน้า Dashboard

เลื่อนลงมาที่ข้อมูล หมวดรายได้ (รหัสบัญชีที่ขึ้นต้นด้วย 4XXXX)

เลื่อนลงมาที่ข้อมูล หมวดรายได้ (รหัสบัญชีที่ขึ้นต้นด้วย 4XXXX)

กดที่สัญลักษณ์เครื่องหมายบวก (+) ด้านหน้ารหัสบัญชีรายได้ เพื่อกางดูรายละเอียด ระบบจะแสดงยอดย่อยว่ารายได้ส่วนนี้มาจากสินค้าหรือบริการตัวใดบ้าง

1.2. ตัวอย่างการตรวจสอบ และบวกยอดรายรับให้ตรงกับกราฟ

ยอดบนกราฟหน้าหลัก (Dashboard): แสดงยอดรายได้รวมเดือนมีนาคม = 15,920,614.31 บาท

เมื่อตรวจสอบในหน้างบทดลอง หมวดรายได้ (รหัส 4XXXX) ตามภาพประกอบ จะพบยอดสุทธิของแต่ละรหัสบัญชีหลักดังนี้:

  • รหัสบัญชี 410101 (รายได้จากการขายสินค้า) = 21,976.00 บาท

  • รหัสบัญชี 410201 (รายได้จากการให้บริการ) = 2,145,340.49 บาท (มาจากยอด 17,976.00 + ยอดบริการย่อย Concert 2,127,364.49 บาท)

  • รหัสบัญชี 410202 (Professional services fee) = 1,000.00 บาท

  • รหัสบัญชี 420101 (กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์) = 2,901.08 บาท

  • รหัสบัญชี 420108 (รายได้อื่น) = 13,708,100.01 บาท (มาจากยอดสินค้าตัวอย่างย่อยด้านล่าง)

  • วิธีคำนวณเพื่อพิสูจน์ยอด: ให้นำยอดสุทธิของแต่ละผังบัญชีหลักในงบทดลองมารวมกัน

    • 21,976.00 + 2,145,340.49 + 1,000.00 + 2,901.08 + 13,708,100.01 = 15,920,614.31 บาท

สรุป: จะเห็นได้ว่า ยอดรวมของผังบัญชีหมวดรายได้หลักทั้งหมดในงบทดลอง เมื่อนำมาบวกกันแล้วจะได้ยอดตรงกับตัวเลข 15,920,614.31 บาท ที่แสดงบนกราฟในหน้า Dashboard พอดี

1.2. ตัวอย่างการตรวจสอบ และบวกยอดรายรับให้ตรงกับกราฟ

2. ที่มาของข้อมูล "รายจ่าย" บนกราฟ ภาพรวมรายรับและรายจ่าย ในหน้าหลัก

ยอดรายจ่าย (เส้นกราฟ/แท่งกราฟสีม่วง) ระบบจะดึงข้อมูลมาจากผังบัญชีแยกประเภท หมวดที่ 5 (ค่าใช้จ่าย)

2.1. วิธีตรวจสอบ ที่มาของยอดรายจ่าย

ไปที่แถบเมนูด้านซ้าย เลือก เมนูบัญชี > งบทดลอง

2. ที่มาของข้อมูล "รายจ่าย" บนกราฟ ภาพรวมรายรับและรายจ่าย ในหน้าหลัก

เลือกช่วงเวลา ให้ตรงกับเดือนที่ต้องการตรวจสอบบนหน้า Dashboard

เลือกช่วงเวลา ให้ตรงกับเดือนที่ต้องการตรวจสอบบนหน้า Dashboard

เลื่อนลงมาที่ข้อมูล หมวดต้นทุนขายสินค้า (รหัสบัญชีที่ขึ้นต้นด้วย 5XXXX)

เลื่อนลงมาที่ข้อมูล หมวดต้นทุนขายสินค้า (รหัสบัญชีที่ขึ้นต้นด้วย 5XXXX)

กดสัญลักษณ์เครื่องหมายบวก (+) ด้านหน้าเพื่อดูรายละเอียด ว่ากิจการมีค่าใช้จ่ายมาจากต้นทุนขาย, ค่าใช้จ่ายในการบริหาร หรือค่าใช้จ่ายพนักงาน เป็นจำนวนเงินเท่าใด

กดสัญลักษณ์เครื่องหมายบวก (+) ด้านหน้าเพื่อดูรายละเอียด ว่ากิจการมีค่าใช้จ่ายมาจากต้นทุนขาย, ค่าใช้จ่ายในการบริหาร หรือค่าใช้จ่ายพนักงาน เป็นจำนวนเงินเท่าใด

2.2. ตัวอย่างการตรวจสอบ และบวกยอดรายจ่ายให้ตรงกับกราฟ

ยอดบนกราฟหน้าหลัก (Dashboard): เมื่อนำเมาส์ชี้ที่แท่งกราฟรายจ่ายเดือน มีนาคม 2026 ระบบจะแสดงกล่องป๊อปอัปยอดค่าใช้จ่ายรวม = 2,452,992.49 บาท

เมื่อตรวจสอบในหน้างบทดลอง หมวดค่าใช้จ่าย (รหัส 5XXXX): หากผู้ใช้งานกดปุ่ม "แสดงบัญชีย่อย" ระบบจะกางยอดเดบิตเคลื่อนไหวสุทธิ (และรายการเครดิตที่อยู่ในวงเล็บเพื่อนำมาหักลบ) ของแต่ละรหัสบัญชีออกมาให้เห็น ดังตัวอย่างในภาพประกอบ:

  • รหัสบัญชี 510101 (ต้นทุนผลิตสินค้า) = 16,300.00 บาท

  • รหัสบัญชี 510102 (ค่าเสื่อมราคา - เครื่องจักร) = 848,045.18 บาท

  • รหัสบัญชี 510103 (ต้นทุนขายสินค้า) = 24,150.00 บาท (มาจากยอดสินค้าตัวอย่าง + คุกกี้ + แก้วไวน์ และหักลบเก้าอี้นวดใหญ่ในวงเล็บ 100 บาท)

  • รหัสบัญชี 510104 (ต้นทุนการให้บริการ) = 882,540.00 บาท (มาจากยอดต้นทุนหลักรวมกับไส้ในย่อย Concert 356,000 บาท)

  • รหัสบัญชี 510107 (ค่าขนส่งสินค้า) = (3,000.00) บาท (ยอดในวงเล็บฝั่งเครดิต นำไปหักออกจากค่าใช้จ่าย)

  • รหัสบัญชี 510109 (ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการซื้อสินค้า) = 64,631.46 บาท

  • รหัสบัญชี 510110 (ค่าเสื่อมสะสมอุปกรณ์ให้เช่า) = 17,754.65 บาท

  • รหัสบัญชี 510111 (ซื้อสินค้า) = 11,600.00 บาท

  • รหัสบัญชี 520101 (ค่านายหน้า ส่วนแบ่งการขาย) = 6,000.00 บาท

  • (และรวมกับรหัสบัญชีหมวดค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้านล่างถัดจากภาพที่เหลืออีกเป็นเงิน 564,971.20 บาท)

วิธีคำนวณเพื่อพิสูจน์ยอด: เมื่อนำยอดผังบัญชีหมวดค่าใช้จ่ายทั้งหมดในงบทดลองของเดือนมีนาคมมาคำนวณบวกลบกัน

  • (16,300.00 + 848,045.18 + 24,150.00 + 882,540.00 - 3,000.00 + 64,631.46 + 17,754.65 + 11,600.00 + 6,000.00) + 564,971.20 = 2,452,992.49 บาท

สรุป: ยอดรวมสุทธิของผังบัญชีหมวดค่าใช้จ่ายทั้งหมดในงบทดลอง เมื่อผ่านการบวกลบรายการค้างจ่ายและรายการปรับปรุงสุทธิในเดือนนั้นแล้ว ยอดคำนวณรวมจะออกมาตรงกับตัวเลข 2,452,992.49 บาท บนกราฟรายจ่ายในหน้า Dashboard หลักโดยตรง

2.2. ตัวอย่างการตรวจสอบ และบวกยอดรายจ่ายให้ตรงกับกราฟ

ข้อควรระวังและสาเหตุ ที่ยอดบนกราฟอาจไม่ตรงกับรายงานหน้าเอกสาร

หากทำการ Export รายงานจากหน้าเอกสาร (เช่น รายงานใบเสร็จรับเงิน หรือ ใบแจ้งหนี้) แล้วพบว่ายอดรวมไม่เท่ากับกราฟหน้าหลัก มักเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก ดังนี้:

  1. ยอดบนกราฟไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): กราฟบนหน้าหลักจะแสดงผลจาก "บัญชีแยกประเภท" ซึ่งเป็นการบันทึกเฉพาะมูลค่าก่อนภาษีของสินค้าและบริการจริง ๆ เท่านั้น (ไม่รวม VAT) แต่เวลาที่คุณดึงรายงานฝั่งขายหรือฝั่งซื้อจากหน้าเอกสาร ระบบมักจะแสดงตัวเลข "ยอดสุทธิ" ซึ่งอาจรวม VAT 7% เข้าไปด้วย จึงทำให้ยอดไม่เท่ากัน

  2. เอกสารยังไม่ได้รับการอนุมัติ: หากคุณมีการสร้างเอกสารรายได้หรือรายจ่ายไว้ แต่เอกสารนั้นยังอยู่ในสถานะ "ร่าง" หรือ "รออนุมัติ" ระบบจะยังไม่บันทึกข้อมูลทางบัญชีเข้าผังบัญชีแยกประเภท ส่งผลให้ยอดจากเอกสารเหล่านั้นยังไม่ถูกนำไปคำนวณรวมบนกราฟหน้าหลัก (ต้องทำการอนุมัติเอกสารให้เรียบร้อยก่อน)

ข้อแนะนำเพิ่มเติม: หากมีการทำเอกสารใหม่ หรือเพิ่งกดอนุมัติเอกสาร แนะนำให้กดปุ่ม Re-Data (รูปลูกศรหมุน) ที่มุมซ้ายบนของหน้าจอ เพื่อให้ระบบอัปเดตดึงข้อมูลล่าสุดมาแสดงผลบนกราฟ

- จบขั้นตอนรายละเอียด ภาพรวมรายรับและรายจ่าย ในหน้าหลักของ PEAK -

Did this answer your question?